ป้องกันทุกครั้งแต่ก็กลัวถุงยางอนามัยรั่ว

มิถุนายน 7, 2019

หลายคนในที่นี้เมื่อจะมีเพศสัมพันธ์ก็ต้องป้องกันอยู่แล้ว

แต่ก็ยังมีคนที่กังวลว่าถุงยางอนามัยที่ใช้จะรั่วหรือไม่ แล้วจะเสี่ยงต่อโรคหรือไม่

วันนี้เรามีคำแนะนำมาฝาก 😊

 

 

“ความจริงแล้วเปอร์เซ็นต์ที่ถุงยางอนามัยจะรั่วแทบจะไม่มีเลย” เนื่องจากถุงยางอนามัยถือว่าเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่ต้องผ่านการรับรองคุณภาพจากองค์อาหารและยา (อย.) และต้องผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ก่อนออกจำหน่าย กรณีที่เกิดการรั่วซึม หรือเสื่อมคุณภาพของถุงยางอนามัย จะเกิดได้หลายแบบ เช่น ทิ้งไว้นานจนหมดอายุ เก็บไว้ในที่ร้อนมากๆ หรือโดนแดด เป็นต้น

วิธีสังเกตถุงยางอนามัยว่ารั่วหรือไม่ ก่อนใช้งานทำได้โดย เมื่อสวมถุงยางอนามัยเข้าไปแล้วจะมีกระเปราะเล็กๆ อยู่ตรงปลาย ถ้ามันรั่วเวลากดกระเปราะตรงปลาย จะยุบตัวแล้วไม่คืนสภาพเดิม แต่ถ้ากดตรงปลายแล้วกระเปาะคืนสภาพเดิมก็แสดงว่าใช้ได้ จากนั้นเมื่อทดสอบเสร็จแล้ว ก็ควรบีบปลายกระเปาะเพื่อไล่ลมออกก่อน ซึ่งการไล่ลมจะช่วยไม่ให้ถุงยางอนามัยแตกในขณะที่มีเพศสัมพันธ์ หรืออีกวิธีหนึ่งหลังจากใช้แล้วให้ลองไปใส่น้ำ ถ้าน้ำซึมๆ ออกมาก็แสดงว่ารั่ว แต่ถ้าไม่มีก็ถือว่าเราปลอดภัย

 

 

ทั้งนี้ คุณก็ควรใช้ถุงยางอนามัยให้ถูกวิธี ดังนี้

  • ตรวจสอบวันหมดอายุก่อนใช้งาน หากถุงยางอนามัยหมดอายุแล้วอย่านำมาใช้มีเพศสัมพันธ์เด็ดขาด คุณภาพของมันอาจทำให้เกิดปัญหาหลุดรั่วหรือขาดได้ง่าย
  • การเลือกขนาดของถุงยางอนามัยไม่เหมาะสมกับน้องชายก็เป็นสิ่งสำคัญ
  • ควรฉีกซองบรรจุถุงยางอนามัยอย่างระมัดระวัง
  • สวมถุงยางอนามัยขณะที่อวัยวะเพศชายมีการแข็งตัวก่อนการมีเพศสัมพันธ์
  • บีบกระเปาะถุงยาง และค่อยๆรูดถุงยางลงมา รูดถุงยางให้สุดๆ ถึงโคนอวัยวะเพศ
  • เมื่อมีเพศสัมพันธ์เสร็จแล้ว ให้ถอนอวัยวะเพศก่อนอ่อนตัว แล้วค่อยๆ รูดถุงยางอนามัยออก ทำการห่อถุงยางอนามัยให้มิดชิดและทิ้งลงทั้งขยะ

เพียงเท่านี้คุณก็มั่นใจได้แล้วว่าจะปลอดภัยจากการติดโรคหรือการตั้งครรภ์ครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก: คลินิกสุขภาพ

Share :