Web Analytics Made Easy -
StatCounter

หนองในมีอาการอย่างไร เป็นแล้วอันตรายหรือไม่?

โรคหนองใน หรือ หนองในแท้ (Gonorrhea) คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้มากถึง 50% ถือได้ว่าเป็นอันดับต้นๆ ของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายๆชนิด มีสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Neisseria Gonorrhoeae สามารถเกิดได้ทั้งในเพศชายและเพศหญิงโดยการติดต่อจากบุคคลสู่อีกบุคคลจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามัย หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งจากร่างกายของผู้ที่มีเชื้อหนองใน ซึ่งการติดเชื้อหนองในส่วนใหญ่จะพบที่บริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก ลำคอ และเยื่อบุตา เป็นต้น

สารบัญเนื้อหาเกี่ยวกับหนองใน

หนองในมีทั้งหมดกี่ประเภท

โรคหนองในสามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ โรคหนองในแท้ และ โรคหนองในเทียม

  • หนองในแท้ (Gonorrhoea)  โรคหนองในที่สามารถพบได้ทั้งเพศชาย เพศหญิง และทารกแรกเกิด เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Neisseria gonorrhoeae โดยเชื้อหนองในประเภทนี้จะมีระยะการฟักตัวของเชื้อแบคทีเรียประมาณ 1-10 วัน 

  • หนองในเทียม (Non Gonococcal Urethritis) โรคหนองในเทียมมีอาการคล้ายกับโรคหนองในแท้ แต่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Chlamydia trachomatis โดยเชื้อหนองในประเภทนี้จะไม่ค่อยแสดงอาการที่ชัดเจน และมีระยะการฟักตัวของเชื้อแบคทีเรียนานกว่า 10 วันขึ้นไป

 

หนองในมีอาการอย่างไร?

หนองในส่วนใหญ่จะแสดงอาการหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 2 สัปดาห์ ในผู้ป่วยบางรายอาจไม่แสดงอาการที่ชัดเจน และจะมีอาการที่เห็นได้ชัดเมื่อเวลาผ่านไปตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป ซึ่งจากสถิติพบว่าผู้ป่วยเพศหญิงร้อยละ 50 และเพศชายร้อยละ 10 มักจะไม่แสดงอาการของโรค ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้ตัวจึงไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง โดยการติดเชื้อหนองในที่บริเวณอวัยวะเพศของทั้งหญิงและชายจะมีอาการที่แตกต่างกัน ดังนี้

 

หนองในในผู้ชาย

  • ขณะปัสสาวะมีอาการแสบขัด 

  • หลังจากมีเพศสัมพันธ์จะมีหนองเหลืองหรือเขียวไหลออกจากปลายอวัยวะเพศ 

  • ถุงอัณฑะบวม

  • ปลายหนังหุ้มอวัยวะเพศอักเสบ

  • ปวด ฟกช้ำ บริเวณลูกอัณฑะข้างใดข้างหนึ่ง

  • หนองในที่ลำคอมักจะไม่แสดงอาการชัดเจน

  • มีของเหลวออกจากทวารหนัก

 

หนองในผู้หญิง

  • ช่วงมีประจำเดือนจะเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงมากกว่าชาย

  • ขณะปัสสาวะมีอาการแสบขัด 

  • มีของเหลวออกจากช่องคลอดมากผิดปกติ 

  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ 

  • มีอาการปวดบริเวณอุ้งเชิงกรานในขณะมีเพศสัมพันธ์

  • ตกขาว สีเหลือง หรือสีเขียวผิดปกติ 

  • ช่วงที่ไม่มีประจำเดือนมักมีเลือดออกจากช่องคลอด

 

อาการของโรคหนองในที่ทั้งเพศชายและเพศหญิงจะมีอาการคล้ายกัน หากติดเชื้อบริเวณทวารหนัก ในช่องคอ ดวงตา หรือข้อต่อ จะแสดงอาการแตกต่างกันไปตามบริเวณที่ติดเชื้อ ดังนี้

  • หนองในบริเวณทวารหนัก : มีอาการรู้สึกปวดหรือเจ็บ อาจมีของเหลวขับออกมาบริเวณทวารหนัก 

  • หนองในบริเวณลำคอ : มีอาการเจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต

  • หนองในบริเวณดวงตา : มีอาการระคายเคืองที่ดวงตา ตาบวม มีของเหลวไหลออกจากดวงตา

  • หนองในบริเวณข้อต่อ : บวมแดง รู้สึกปวดขณะเคลื่อนไหวบริเวณข้อต่อที่ติดเชื้อ

ใครบ้างที่เสี่ยงติดโรคหนองใน

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการติดเชื้อหนองใน คือ การสัมผัสของเหลวในร่างกายของผู้มีเชื้อหนองใน เช่น เยื่อบุช่องคลอด องคชาต ทวารหนัก ช่องปาก ดวงตา ในช่องคอ รวมถึงอาจติดได้จากมารดาสู่ทารกในระหว่างการคลอดได้ ซึ่งปัจจัยหลักๆที่ทำให้เสี่ยงการติดเชื้อโรคหนองในคือ ผู้ที่ไม่มีสวมถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ ผู้ที่เคยติดเชื้อหนองในหรือเคยติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆมาก่อน ผู้ที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย และผู้ที่ติดยาเสพติด

 

วิธีการป้องกันและลดความเสี่ยงการติดหนองใน

  • สวมถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง

  • หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย 

  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนที่ไม่รู้จัก

  • งดการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้ป่วยโรคหนองใน

  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วยโรคหนองใน หรือ ผู้ที่เคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ

  • ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำอย่างน้อย 1 ครั้ง/ปี

 

วิธีการรักษาโรคหนองใน

หากมีอาการผิดปกติคล้ายอาการของโรคหนองในตามที่กล่าวมาข้างต้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง ผู้ป่วยควรให้คู่นอนมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาด้วยเช่นกัน เนื่องจากโรคหนองในสามารถติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์ คู่นอนอาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือเป็นผู้แพร่เชื้อ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ป่วยกลับมาเป็นหนองในซ้ำได้อีกครั้ง 

 

แพทย์จะทำการรักษาโดยการใช้ยาปฏิชีวนะชนิดฉีดเพื่อลดการติดเชื้อ และตามด้วยการทานยาปฏิชีวนะแบบเม็ด ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นภายใน 2 - 3 วัน และในส่วนของอาการปวดบริเวณเชิงกรานหรือลูกอัณฑะอาจใช้เวลานานกว่า 2 สัปดาห์ ซึ่งในระหว่างรับการรักษาผู้ควรพบแพทย์ตามการนัดหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าเชื้อแบคทีเรียนั้นลดลงและไม่หลงเหลือในร่างกาย ในกรณีทารกแรกเกิดที่ได้รับเชื้อหนองจากมารดาแพทย์จะให้ยาหยอดตากับเด็กที่คลอดออกมาทันทีเพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้ออย่างทันทวงที หากเด็กมีอาการติดเชื้อรุนแรงมากขึ้นแพทย์จำเป็นต้องทำการรักษาด้วยปฏิชีวนะที่ปลอดภัยเพื่อป้องกันการสูญเสียการมองเห็นและลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆได้

 

บทความอื่นเกียวกับหนองใน

 

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคหนองใน?

  • พาคู่นอนเข้ารับรักษาร่วมด้วยเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำได้

  • งดการมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างการรักษาเป็นเวลา 2-4 สัปดาห์

  • ควรรับการรักษาทุกกรณีไม่ว่าจะมีอาการรุนแรงหรือไม่ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อและป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต

  • กรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ได้ จะต้องสวมถุงยางอนามัยเพื่อป้องกัน

  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างการรักษาหนองใน

  • หากอาการยังไม่ดีขึ้น มีอาการคล้ายแพ้ยา หรือ มีอาการลุกลามเพิ่มมากขึ้นอาจ ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยเร็วเพื่อวินิจฉัยซ้ำอีกครั้ง

  • ควรเข้าพบแพทย์ตามกำหนดนัดทุกครั้งอย่างเคร่งครัด

 

รักษาโรคหนองในที่ไหนดี?

หากมีอาการคล้ายโรคหนองในและต้องการตรวจเพื่อการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สามารถรับการรักษาโดยการใช้สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้าและสิทธิประกันสังคมได้ จากทั้งสถานพยาบาลของรัฐและเอกชน หรือ คลินิกเฉพาะทางเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตามจังหวัดต่างๆ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการรักษาหนองในจะขึ้นอยู่กับสิทธิการรักษา เช่น ประกันสุขภาพถ้วนหรือประกันสังคม โดยอาจไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือจ่ายเพียง 30 บาทเท่านั้น ทั้งนี้อาจมีค่าใช้จ่ายอื่นๆขึ้นอยู่กับอาการของโรคในแต่ละบุคคลด้วยเช่นกัน ดังนั้นควรสอบถามสถานพยาบาลโดยตรงเพื่อให้ทราบรายละเอียดค่ารักษาที่ชัดเจน

 

หนึ่งเสียง หนึ่งความรู้ เพื่อลดการติดเชื้อในผู้ป่วยรายใหม่ สร้างความเข้าใจให้เกิดการป้องการ ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอชไอวี เข้าสู่การรักษา และลดการตีตราในสังคม

ติดต่อเรา

ที่อยู่: 150/4 หมู่ 1 หนองป่าครั่ง  เมือง เชียงใหม่. 50000
อีเมล์: team@lovefoundation.or.th

Line: @lovefoundation

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube