Web Analytics Made Easy -
StatCounter

PrEP คืออะไร

อัพเดตเมื่อ: 26 มี.ค. 2020

PrEP คือ การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีก่อนสัมผัส (HIV PreExposure Prophylaxis, PrEP) ซึ่งเป็นการให้ยาต้านไวรัสแก่ผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อเอชไอวี ก่อนมีการสัมผัส (Pre-Exposure) ซึ่งผู้ที่จะได้รับยาต้านไวรัสนั้น จะต้องเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี หรือเสี่ยงต่อการสัมผัสโรค เพื่อป้องกันโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อนั่นเอง



แนวคิดของการใช้ PrEP เพื่อการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีก่อนสัมผัส การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ด้วยวิธี PrEP นั้น มีผลการศึกษาวิจัยที่รองรับว่า เกิดจากลักษณะพยาธิสภาพของเชื้อเอชไอวี


ซึ่งเมื่อผู้ป่วยสัมผัสถูกเชื้อเอชไอวี เช่น ถูกเข็มทิ่มตำ มีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยง เชื้อเอชไอวีจะยังอยู่เฉพาะที่ยังไม่แพร่กระจายทั่วร่างกาย ซึ่งโดยส่วนใหญ่ จะใช้เวลาแพร่กระจายเชื้อในร่างกายประมาณ 1-3 วันหลังการสัมผัส เมื่อเชื้อไวรัส HIV เข้าสู่ร่างกายแล้ว เซลล์ที่สัมผัสเชื้อจะมีการส่งต่อเชื้อไวรัส HIV เข้าสู่เซลล์ข้างเคียงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะซึมถึงเซลล์ต่อมน้ำเหลืองซึ่งสามารถแพร่กระจายได้ทั่วร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 5 วันหลังการสัมผัส


หลักการนี้ได้มีการให้ยาต้านไวรัสหลังสัมผัสเชื้อ (PEP) ทันที พบว่า สามารถต้านการติดเชื้อและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีในกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสโรคได้ ซึ่งประสิทธิภาพในการรักษานั้น ขึ้นกับเวลาการสัมผัสเชื้อ ระยะเวลาการได้รับยาตั้งแต่สัมผัสโรคและสภาวะสุขภาพของผู้เข้ารับการรักษาเอง



การรักษาด้วยวิธี PrEP ควรใช้กับใครบ้าง



การรักษาด้วยวิธี PrEP นั้นใช้เมื่อมีกรณีที่ต้องทำการรักษาในกลุ่มเป้าหมายที่เสี่ยงต่อการสัมผัสโรคให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี (prophylaxis) โดยการรักษาสามารถให้ทั้งในรูปยากิน หรือเจลผสมยาต้านไวรัสสำหรับใส่ในช่องคลอด หรือทางทวารหนักได้ ประสิทธิภาพของการรักษา ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการตอบสนอง เมื่อสัมผัสเชื้อและความสม่ำเสมอของการรับประทานยาหรือใช้ยา โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่ต้องเข้ารับบริการให้เร็วที่สุด ดังนี้

  1. บุคลากรทางการแพทย์ที่สัมผัสเชื้อ เช่น เกิดจากอุบัติเหตุของมีคมทิ่มตำ เช่น เข็มตำ เศษแก้วบาด หรือผู้ที่มีบาดแผลทางร่างกายแล้วสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น เลือด น้ำเหลืองที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ

  2. ผู้ที่ถูกข่มขืน ทั้งทางช่องคลอด ทหารหนัก

  3. กลุ่มชายรักชาย หรือ ชายรักร่วมเพศที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อไม่ว่าจะทางปาก หรือ ทวารหนัก กับคู่นอนที่ไม่ทราบว่าติดเชื้อหรือไม่

  4. หญิงหรือชายที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ตั้งใจ หรือมีคู่นอนหลายคนและไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายติดเชื้อหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด หรือทางทวารหนัก

  5. กลุ่มเสี่ยงอื่นๆ ที่สัมผัสเชื้อ เช่น การสัมผัสเลือด สารคัดหลั่งของผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี เช่น สารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อกระเด็นเข้าตา เนื้อเยื่อ หรือ บาดแผล


ทั้งนี้การรักษาแบบ PrEP นั้น ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องมีผลการตรวจเลือดว่าไม่มีการติดเชื้อเอชไอวี ไม่มีอาการ หรือประวัติที่บ่งบอกว่ามีความเสี่ยง เนื่องจากอาจเกิดอาการข้างเคียงจากการใช้ PrEP ได้




การรักษาด้วยวิธี PrEP และข้อควรคำนึงถึง


การรักษาด้วยวิธี PrEP นั้น เป็นการให้ยาสำหรับผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อและไม่มีอาการผิดปกติ และการรักษาอาจมีอาการข้างเคียงมากน้อย แตกต่างกันในแต่ละบุคคล เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ น้ำหนักลดลง รวมไปถึงการเกิดภาวะตับอักเสบรุนแรงขึ้น ถ้าผู้ป่วยมีภาวะตับอักเสบร่วมด้วย ดังนั้น ข้อควรระวังและคำนึงถึงในการให้ยามีดังนี้


  • ผู้ได้รับยาจะต้องได้รับการตรวจเลือดเพื่อยืนยันว่า ยังไม่ได้ป่วยเป็นโรคเอดส์ และยังไม่ได้ติดเชื้อเอชไอวีมาก่อน โดยผลการตรวจ Anti-HIV ต้องให้ผลลบ (Negative) เพราะการให้ยานี้ในผู้ป่วยโรคเอดส์จะไม่มีประสิทธิผลในการรักษาและยังทำให้อาการป่วยรุนแรงขึ้น

  • ก่อนให้ยาต้องตรวจคัดกรองภาวะตับอักเสบทุกครั้ง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังให้ยาที่มีผลต่อตับ

  • หลีกเลี่ยง หรือระมัดระวังการใช้ยาในผู้ป่วยโรคกระดูก เช่น กระดูกบาง โรคไต

  • การรักษาด้วยวิธี PrEP มีขั้นตอนมากกว่าการรักษาทั่วไป มีระยะเวลานาน และค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบ จึงควรประเมินกลุ่มเป้าหมายในการใช้ ตลอดจนการวางแผนติดตามผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการรักษาต่อไป

  • PrEP เป็นเพียงวิธีการรักษาในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ที่จำเป็นต้องใช้ร่วมกันกับมาตรการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีอื่นๆ เช่น การลดพฤติกรรมเสี่ยง การใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้อง การมีพฤติกรรมทางเพศที่เหมาะสม เป็นต้น

และอย่าลืมว่าต้องทำการตรวจเอชไอวีก่อน หากมีผลเป็นลบ ถึงจะทานเพร็พได้

ดู 69 ครั้ง

The Love Foundation campaigns for sexual health awareness and understanding. We believe that everyone is equally valuable and are able to create change in the fight against HIV stigma, regardless of HIV status.

Contact us :
 

Address: 150/4 Moo 1 Nongpakhrang Muang Chiangmai
Emal : team@lovefoundation.or.th

Line : @lovefoundation

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube