Web Analytics Made Easy -
StatCounter

โรคแผลริมอ่อน เป็นอย่างไร

อัพเดตเมื่อ: 26 มี.ค. 2020

โรคแผลริมอ่อน หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Chancroid ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อีกชนิดที่พบได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง สาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ Haemophilus Ducreyi หากเกิดขึ้นกับใครก็ตามจะส่งผลกระทบต่อเนื้อเยื่อที่อยู่บริเวณอวัยวะเพศ มีอาการเปื่อย นั่นจึงเป็นที่มาของชื่อ โรคแผลริมอ่อน โดยอาการในแต่ละเพศจะมีลักษณะแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ก็ทำให้เกิดความทรมานกับร่างกายไม่ต่างกัน แม้อาจเป็นโรคที่ไม่ค่อยคุ้นชื่อ หรือรู้สึกว่าไม่อันตรายเท่าไหร่นัก ทว่าหากปล่อยเอาไว้ย่อมไม่ดีกับร่างกายแน่ๆ วันนี้เราจึงมาแนะนำให้รู้จักกับโรคนี้กันครับ


อาการของโรคแผลริมอ่อน


สำหรับ อาการแผลริมอ่อน จะแบ่งอาการออกเป็นเพศชายและหญิงโดยจะเริ่มแสดงเมื่อได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายประมาณ 1 สัปดาห์

  • อาการของผู้ชาย บริเวณอวัยวะเพศมีตุ่มเล็กๆ สีแดงขึ้นจากนั้นไม่เกิน 48 ชม. จะมีอาการเปื่อย โดยตุ่มที่ว่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายๆ จุดของร่างกายรอบๆ อวัยวะเพศ เช่น ถุงอัณฑะ, ปลายองคชาติ เมื่อแผลเริ่มเปื่อยจะรู้สึกถึงอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างหนัก

  • อาการของผู้หญิง บริเวณแคมนอก จะมีตุ่มเล็ก ๆ สีแดงขึ้น 4 ตุ่มหรือมากกว่านั้น โดยอาจเกิดที่บริเวณต้นขา, รูทวาร ก็ได้ เมื่อผ่านไป 48 ชั่วโมง จะเริ่มเปื่อย มีอาการปวดแสบปวดร้อนมากโดยเฉพาะเวลาปัสสาวะหรืออุจจาระ รวมทั้งอาจมีอาการตกขาวมากและมีกลิ่นรุนแรงผิดปกติ

ลักษณะของแผลที่เกิดขึ้น จะขนาดไม่ต่างกันระหว่างชายหญิงราว 2 นิ้ว ตามเส้นผ่าศูนย์กลาง หรือมีตั้งแต่ ⅛ - 2 นิ้ว (3 มิลลิเมตร-5 เซนติเมตร) ตรงกลางแผลจะนิ่มสีออกเทาหรือเทาอมเหลือง ขอบแหลม มองเห็นชัด ตำแหน่งของแผลอาจเกิดได้ทั่วบริเวณอวัยวะเพศ ถ้าแผลสัมผัสกับสิ่งต่างๆ จะเลือดออกได้ง่ายมาก เวลาปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์จะเจ็บ บางรายอาจขาหนีบบวม รวมถึงต่อมน้ำเหลืองโตจนกลายเป็นหนองฝีขนาดใหญ่




โรคแผลริมอ่อนติดต่อได้อย่างไร

ต้องทำความเข้าใจว่าอาการของแผลริมอ่อนที่ยกตัวอย่างมานั้น มักเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันด้วยถุงยางอนามัย แต่ทั้งนี้ยังมีช่องทางอื่น ๆ ที่เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ เช่น การใช้ปาก, การสัมผัสกับของเหลวที่ไหลออกจากแผลโดยตรงแล้วบริเวณคนที่สัมผัสมีแผลเชื้อก็เข้าสู่ร่างกายได้ทันที, มือสัมผัสกับของเหลวแล้วสัมผัสตา เป็นต้น ส่วนใหญ่เชื่อแผลริมอ่อนมักเกิดกับประเทศที่ยังด้อยพัฒนาอยู่มากหรือประเทศที่ระบบสาธารณูปโภคยังไม่ค่อยมีความสะอาดมากนัก เช่น ประเทศในทวีปแอฟริกา, เอเชียตะวันตกเฉียงใต้ เป็นต้น


การป้องกันโรคแผลริมอ่อน


หลักง่าย ๆ คือการสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่คู่นอนของตน หรือถ้าหากไม่มั่นใจว่าแฟน, สามี, ภรรยา มีความเสี่ยงต่อการติดโรคหรือไม่ก็ให้ป้องกันด้วยถุงยางอนามัยไว้ก่อน รวมถึงเมื่อเห็นว่าคู่นอนของตนเองมีแผลเกิดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศก็ควรป้องกันและไม่ควรใช้ปากหรือสัมผัสเด็ดขาด


อีกวิธีที่ต้องใส่ใจคือพยายามทำความสะอาดอวัยวะเพศของตนไม่ให้มีแผลหรือหรือสุ่มเสี่ยงจะเกิดแผลเพื่อทำให้เกิดความมั่นใจในทุก ๆ ครั้งที่จะมีเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ตามหากรู้ว่าตนเองเกิดป่วยด้วยโรคนี้ขึ้นมาควรบอกให้คนข้างกายรับรู้และไปพบแพทย์เพื่อรักษาจะดีที่สุด


แนวทางการรักษาโรคแผลริมอ่อน


สำหรับการรักษาโรคนี้จะแบ่งได้เป็น 2 วิธี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงหรือเหมาะสมที่แพทย์ผู้ทำการรักษาเห็นสมควร โดยแนวทางการรักษาประกอบไปด้วย

  • การทานยาปฏิชีวนะ ในการกำจัดเอาเชื้อแบคทีเรียออกไปจากร่างกายพร้อมทั้งยังให้ทานยาช่วยต้านไม่ให้เกิดโรคนี้ได้อีกง่าย ๆ ในคน ๆ นั้น

  • การผ่าตัด กรณีที่แผลลุกลามจากต่อมน้ำเหลืองที่โตขึ้นจนกลายเป็นฝีอักเสบ มีขนาดใหญ่ ผู้ป่วยมีอาการเจ็บบริเวณนั้นผ่านมีดผ่าตัดหรือใช้เข็มฉีดยา จะช่วยลดอาการต่อมน้ำเหลืองบวม บรรเทาปวด อย่างไรก็ตามการรักษาแผลริมอ่อนวิธีนี้อาจมีแผลเป็นจากการผ่าตัดก็เป็นเรื่องธรรมชาติ


การรักษาด้วยการทานยาปฏิชีวนะ ส่วนใหญ่แผลมักดีขึ้นภายใน 3-7 วัน แต่การรักษาขึ้นอยู่กับขนาดของแผลริมอ่อนด้วย แผลที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ โดยผู้ป่วยต้องมีวินัยในการทานยามากๆ และควรทานให้หมดตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด


อย่างไรก็ตามเมื่อพบแพทย์พร้อมเข้ารับการรักษาแผลริมอ่อนเรียบร้อยก็ต้องรู้จักวิธีดูแลตนเองเพื่อให้โรคหายได้เร็วขึ้น และลดความเสี่ยงโอกาสการเกิดซ้ำอีก เช่น

  • ทำความสะอาด ล้าง อวัยวะเพศบ่อยๆ ทุกวัน

  • ไม่มีเพศสัมพันธ์กับใครทั้งสิ้น ให้รอกว่าแผลจะหายเพื่อไม่ต้องติดเชื้อซ้ำหรือไปแพร่เชื้อให้กับคนอื่น รวมทั้งจะทำให้มีอาการเจ็บ เนื่องจากแผลที่ถูกเสียดสี และยังเสี่ยงต่อการที่โรคจะแพร่กระจายไปยังอวัยวะส่วนอื่นๆ ได้

  • ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท ให้รอแผลหายก่อนเท่านั้นจึงค่อยดื่มได้

  • น้ำเกลือล้างทำความสะอาดตรงตุ่มแผลแล้วเช็ดให้แผลแห้ง




ด้วยความที่เมืองไทยเป็นประเทศในแถบร้อน โรคนี้จึงตรวจพบได้บ่อย ซึ่งการรักษาโรคแผลริมอ่อนไม่ใช่เรื่องยาก โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัด เหมาะสม เผลอ ๆ รอยแผลเป็นอาจไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ แต่ถ้าหากปล่อยเอาไว้ไม่ว่าเพศหญิงหรือชายโดยไม่ผ่านการรักษาอย่างถูกต้องโอกาสเสี่ยงในการป่วยเป็นโรคทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ที่รุนแรงกว่าก็เป็นไปได้ อย่างไรก็ตามหากใครมีเชื้อเอชไอวีในร่างกาย แผลก็มีสิทธิ์หายช้ากว่าคนปกติทั่วๆ ไป


ที่บอกเล่ารายละเอียดมานี้อาจคิดว่า โรคแผลริมอ่อน ไม่ได้รายแรงเหมือนโรคทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ แต่ถ้ามองกันในความเป็นจริง คงไม่มีใครอยากให้เกิดกับตนเองแน่ๆ ดังนั้นการมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้งที่ไม่ใช่คนรักของตนเอง ควรป้องกันด้วยถุงยางอนามัยอยู่เสมอ และถ้าหากใครเริ่มสงสัยว่าตนเองจะป่วยด้วยโรคแผลริมอ่อนนี้ แนะนำให้ไปพบแพทย์ดำเนินการตรวจ และรักษาอย่างถูกวิธี แค่นี้ก็ใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องเป็นกังวลใจใดๆ ทั้งสิ้น

ดู 912 ครั้ง

The Love Foundation campaigns for sexual health awareness and understanding. We believe that everyone is equally valuable and are able to create change in the fight against HIV stigma, regardless of HIV status.

Contact us :
 

Address: 150/4 Moo 1 Nongpakhrang Muang Chiangmai
Emal : team@lovefoundation.or.th

Line : @lovefoundation

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube