• Love Foundation Team

หูดหงอนไก่ คืออะไร รักษาหายไหม?

อัพเดตเมื่อ: มี.ค. 26

หูดหงอนไก่ คืออีกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อที่เรียกว่า Human Papilloma Virus หรือ HPV จัดว่าเป็นโรคที่เกิดได้บ่อยมากๆ สำหรับคนมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันหรือไม่ใช่ถุงยางอนามัยบ่อยครั้ง ประกอบกับมีเชื้อไวรัสที่เป็นต้นเหตุกว่า 150 สายพันธุ์ที่ถูกระบุเอาไว้เป็นตัวเลขทำให้เกิดโรคหูดหงอนไก่นี้ ปกติแล้วเชื้อไวรัสตัวที่พบบ่อยสุดจะเป็น HPV 6 กับ HPV 11 โดยเฉพาะความเสี่ยงเมื่อมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันด้วยถุงยางอนามัย ก็มีโอกาสติดเชื้อ HPV นี้และเกิดหูดหงอนไก่กับร่างกายได้ทันที แม้ว่าคู่นอนที่คุณมีเพศสัมพันธ์ด้วยจะไม่มีอาการใดๆ แสดงออกมาให้เห็นเลยก็ตามก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่มีเชื้อนี้หรือไม่ได้เป็นหูดหงอนไก่




อาการที่พบเมื่อเป็นหูดหงอนไก่

หูดหงอนไก่ สามารถเป็นได้ในทุกเพศทั้งชายและหญิง ส่วนใหญ่แล้วหูดหงอนไก่จะไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บหรือระคายเคือง โดยอาการของหูดหงอนไก่ ที่สังเกตเห็นได้ มีดังนี้

  • มีก้อนเนื้อนิ่มๆ สีชมพู หรืออาจเป็นสีของผิวหนัง เมื่อสัมผัสแล้วจะรู้สึกแฉะๆ

  • โดยก้อนเนื้อนี้จะมีทั้งแบบนูนเรียบ หรือถ้ามันมีเยอะมากๆ จนเกาะกันเป็นกลุ่ม ลักษณะจะคล้ายกับดอกกะหล่ำ

  • ในเพศชายจะพบเจอได้บริเวณทวารหนัก อัณฑะ และทุกส่วนของอวัยวะเพศ

  • ส่วนในเพศหญิงนั้น สามารถพบได้บริเวณทวารหนักกับช่องคลอดทั้งภายในและภายนอก บางรายอาจเกิดบริเวณปากมดลูก

  • นอกจากบริเวณดังกล่าวยังสามารถพบได้บริเวณปาก ริมฝีปาก ลิ้น และคอหอย เป็นต้น

หากถามว่ามีผลกระทบใดๆ กับร่างกายมากน้อยแค่ไหน ต้องยอมรับ คือ ไม่ได้ส่งผลอะไรกับภาวะต่างๆ ของร่างกายมากนัก เพียงแค่อาจรู้สึกคัน แสบ หรือเจ็บบริเวณตุ่มที่เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม มีบางรายที่อาจมีความทรมานมากกว่านั้น เช่น เกิดหูดหงอนไก่บริเวณท่อปัสสาวะ จนทำให้มีความผิดปกติเกิดขึ้น ขณะที่ผู้หญิงอาจมีอาการเลือดออกบริเวณท่อปัสสาวะ เลือดไหลออกทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือสารคัดหลั่งไหลออกมาจากช่องคลอดด้วย


หูดหงอนไก่ ติดต่อได้อย่างไร?

โรคหูดหงอนไก่ มักเกิดขึ้นบ่อยกับคนที่มีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าบ่อยครั้ง หรือชอบเปลี่ยนคู่นอนโดยไม่มีการป้องกันใดๆ ทั้งสิ้น เช่นเดียวกับคนที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อยๆ ก็ถือว่ามีความเสี่ยงต่อโรคนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม โอกาสที่จะเกิดโรคหูดหงอนไก่ขึ้นได้ มาจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้

  • เป็นหรือเคยเป็นโรคเริมมาก่อน ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเริมมาก่อนแล้วหากมีเชื้อหูดหงอนไก่เข้าไปเพิ่มเป็นภาวะโรคแทรกซ้อน

  • ร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันต่ำ อาจด้วยภาวะเครียด ป่วย พักผ่อนไม่เพียงพอ

  • มีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกัน เช่น ป่วยเป็นโรคเอดส์, มีเชื้อเอชไอวีในร่างกาย หรือเกิดจากการใช้ยาบางประเภทที่ทำให้ร่างกายมีโอกาสได้รับเชื้อหูดหงอนไก่ได้ง่ายกว่าปกติ

  • ดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ เป็นประจำ

  • ติดเชื้อจากแม่สู่ลูก ในกรณีที่แม่ตั้งครรภ์แล้วมีเชื้อหูดหงอนไก่อยู่ก่อนแล้ว

ถึงแม้โรคหูดหงอนไก่จะสามารถติดต่อกันผ่านทางเพศสัมพันธ์ได้ แต่ไม่สามารถติดต่อผ่านการกอด การจูบ หรือการใช้สิ่งของต่างๆ ร่วมกันได้ ซึ่งการวินิจฉัยหูดหงอนไก่มักเน้นไปที่การตรวจหาเชื้อไวรัส HPV เนื่องจากหากพบว่า หากมีการติดนี้ในร่างกายก็สามารถระบุได้อย่างทันทีว่าหูดที่เกิดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนักคือ หูดหงอนไก่ โดยในการวินิจฉัยเบื้องต้น แพทย์อาจใช้กรดอะซิติก เพื่อทำให้หูดมีสีซีดลง แล้วตรวจด้วยแว่นขยายหรือกล้อง เพื่อให้เห็นได้ชัดเจน จากนั้นแพทย์จะมีการสั่งตรวจด้วยวิธีแปปสเมียร์ (Pap Smear หรือ Pap Test) ซึ่งจะเก็บตัวอย่าง เซลล์ที่บริเวณปากมดลูก หรือบริเวณทวารหนักไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์เป็นการระบุเชื้ออีกที ไม่เพียงเท่านั้น แพทย์ยังอาจเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมเพื่อตรวจหาสายพันธุ์ของเชื้อ HPV และความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงด้วย


ความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคหูดหงอนไก่


หากมองเผินๆ อาจคิดว่าโรคหูดหงอนไก่ไม่ได้มีความรุนแรงจนถึงขั้นทำให้เสียชีวิต แต่ในความเป็นจริงโรคนี้ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงของโรคมะเร็งเพิ่มมากขึ้น อ้างอิงจากข้อมูลของ CDC หรือหน่วยงานด้านการป้องกันโรคติดต่อในสหรัฐฯ ระบุเอาไว้ว่าเชื้อ HPV เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งต่างๆ ประกอบไปด้วย

  • มะเร็งทวารหนัก เกี่ยวข้อง 91%

  • มะเร็งช่องคลอด เกี่ยวข้อง 75%

  • มะเร็งในลำคอ (คอหอย, ต่อมทอนซิล, ฐานของลิ้น) เกี่ยวข้อง 72%

  • มะเร็งแคมใหญ่ เกี่ยวข้อง 69%

  • มะเร็งอวัยวะเพศชาย 63%

ทว่าจากข้อมูลที่ CDC เผยมานี้ก็ได้มีการออกมาทำความเข้าใจเพิ่มเติมด้วย คือ การมีเชื้อ HPV ในร่างกายจะทำให้เกิดโรคมะเร็งโดยตรง แต่มักเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของผู้ป่วยมากกว่า เช่น ดื่มเหล้าหนัก สูบบุหรี่จัด อีกประเด็น คือ สายพันธุ์ของเชื้อ HPV ระหว่างการเกิดโรคหูดหงอนไก่กับโรคมะเร็งเป็นคนละตัวกัน โดยจะเป็น HPV สายพันธุ์ 16 กับ HPV สายพันธุ์ 18 อย่างไรก็ตามเพื่อความมั่นใจ การหมั่นตรวจสุขภาพและตรวจคัดกรองมะเร็งเป็นประจำ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย


วิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรคหูดหงอนไก่

อย่างที่กล่าวไปว่า หูดหงอนไก่มักเกิดจากเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6 กับ HPV สายพันธุ์ 11 วิธีป้องกันง่ายที่สุด คือ การรับวัคซีนป้องกันเอาไว้ตั้งแต่เด็กๆ เพื่อที่จะลดโอกาสเสี่ยงการติดเชื้อได้ นอกจากนี้ยังมีวิธีป้องกันอื่นๆ ประกอบไปด้วย

  • มีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย หากรู้ตัวว่าต้องมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ใช่สามี, ภรรยา หรือแฟนของตนเองก็ควรป้องกันด้วยการสวมถุงยางอนามัย ไม่ควรใช้ปากในบริเวณจุดเสี่ยง เช่น อวัยวะเพศ แต่ทั้งนี้ก็ไม่มีอะไรที่จะสามารถมั่นใจได้เต็มร้อย เนื่องจากเชื้ออาจเกิดบริเวณผิวหนังส่วนอื่นๆ ภายนอกได้ ดังนั้น หากไม่มั่นใจว่าคู่นอนของคุณมีความเสี่ยงหรือมีเชื้อ HPV หรือไม่ก็ให้สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งจะดีที่สุด

  • ดูแลสุขภาพตนเอง ลด ละ เลิก การดื่มแอลกอฮอล์หนักๆ และการสูบบุหรี่ พร้อมทั้งพยายามพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียดจนเกินไป ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ



แนวทางการรักษาโรคหูดหงอนไก่

หลักๆ แล้วจะมี 2 วิธี คือ การที่แพทย์ให้ยามารับประทาน กับการผ่าตัด โดยขึ้นอยู่ที่ว่าแพทย์จะเลือกพิจารณาการรักษาแบบไหนตามความหนักของอาการ นอกจากนี้ยังมีวิธีอื่นๆ ที่พอจะช่วยรักษา ได้แก่

  • การใช้เครื่องจี้ไฟฟ้า เพื่อเผาให้หูดหงอนไก่หายไป แต่ในกรณีที่หูดมีขนาดใหญ่มากๆ อาจต้องใช้การผ่าตัดร่วมด้วย

  • วิธีบำบัดจากความเย็นจัด โดยใช้ไนโตรเจนเหลว ทำหน้าที่แช่แข็งให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นโดนทำลาย แต่ก็มีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก เช่น มีแผลพุพอง หรือเกิดอาการเจ็บปวดตรงจุดที่รักษา

แม้ด้วยอาการของโรคหูดหงอนไก่นั้นไม่ได้รุนแรงอย่างที่ใครหลายคนกังวลใจ แต่ถ้าหากเป็นขึ้นมาก็คงรู้สึกกังวลกันอยู่ไม่น้อยทีเดียว ด้วยเหตุนี้การป้องกันตนเองไม่ให้ได้รับเชื้อจึงเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุด หลักๆ คือ ควรรักเดียวใจเดียว ไม่นอกใจไปมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นโดยที่ไม่ได้ป้องกัน เมื่อติดเชื้อมาแล้วต้องเข้าสู่กระบวนการรักษา

ดู 0 ครั้ง

หนึ่งเสียง หนึ่งความรู้ เพื่อลดการติดเชื้อในผู้ป่วยรายใหม่ สร้างความเข้าใจให้เกิดการป้องการ ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอชไอวี เข้าสู่การรักษา และลดการตีตราในสังคม

ติดต่อเรา

ที่อยู่: 150/4 หมู่ 1 หนองป่าครั่ง  เมือง เชียงใหม่. 50000
อีเมล์: team@lovefoundation.or.th

Line: @lovefoundation

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube