Web Analytics Made Easy -
StatCounter
  • Love Foundation Team

เริมที่อวัยวะเพศ คืออะไร ติดต่ออย่างไร

อัพเดตเมื่อ: ต.ค. 3

เริมที่อวัยวะเพศ โรคที่ติดต่อง่ายและอยู่ด้วยกันไปทั้งชีวิต


เริมที่อวัยวะเพศ หรือ Herpes เป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับหลายคน เมื่อเชื้อ โรคเริม ได้เข้าสู่ร่างกายแล้วจะอยู่กับคนๆ นั้นไปตลอดชีวิต โดยที่คนส่วนใหญ่เป็นกันจะเกิดจากเชื้อ 2 สายพันธุ์ คือ Herpes Simplex Virus ชนิด 1 หรือ HSV-1 กับ Herpes Simplex Virus ชนิด 2 หรือ HSV-2 นอกจาก เริมที่อวัยวะเพศ นี้เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก็ แล้วแต่ถึงหากไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กับผู้มีเชื้อเริมก็อาจเป็นโรคเริมที่ผิวหนังบริเวณอื่นได้ หากสัมผัสเชื้อ ถือว่าเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่าย แต่ไม่สามารถเอามันออกไปจากร่างกายได้อีกเลย


อาการของผู้ที่ติดเชื้อเริม


อย่างที่บอกว่าโรคเริมนี้ไม่เชิงเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เสียทีเดียว อาการที่แสดงออกจึงหลากหลายมากๆ ขึ้นอยู่กับว่าเชื้อไปแสดงอาการที่อวัยวะส่วนใดของร่างกาย โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น เมื่อได้รับเชื้อเข้าไปสู่ร่างกายครั้งแรกจะมีระยะฟักตัวราว 1 สัปดาห์ ที่ปกติแล้วจะไม่แสดงอาการใดๆ ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามบางคนที่อาการดูน่ากลัวหน่อยในช่วงแรกก็จะมีตุ่มน้ำขึ้นตามร่างกายแล้วแตกเป็นแผลตื้น, บริเวณที่มีแผลจะแสบร้อน ปวด, ต่อมน้ำเหลืองโต, มีไข้ ปวดเมื่อยเนื้อตัว เพลีย ปวดหัว


เชื้อที่ว่ามานี้เมื่อผ่านเข้าไปยังร่างกายจะไปรวมตัวกันบริเวณปมประสาท พอเกิดแรงกระตุ้นเชื้อจะออกมาถึงเส้นประสาทแล้วค่อยๆ แพร่ไปสู่ปลายประสาทนั่นเอง จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้มีรอยอยู่บนผิว โดยโรคเริมนี้เกิดร่องรอยได้หลายส่วนของร่างกาย เช่น ทวารหนัก, ช่องคลอด, ถุงอัณฑะ, ปาก, ริมฝีปาก, ลำคอ เป็นต้น


แม้มีการรักษาที่ดีแล้วแต่ด้วยเชื้อโรคตัวนี้ได้เข้าไปสู่ร่างกายเรียบร้อย และไม่สามารถกำจัดมันออกไป โอกาสการกลับมาเป็นซ้ำจึงมี แต่ความรุนแรงจะไม่เท่าครั้งแรก เช่น ตุ่มที่ขึ้นจำนวนน้อยลง ขนาดเล็กกว่าเดิม ไม่ค่อยมีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ โดยปัจจัยที่กระตุ้นส่งผลให้เกิดโรคเริมซ้ำ เพราะเชื้อโรคออกมายังเส้นประสาท เช่น เครียด, ป่วยเป็นไข้หวัด, การผ่าตัดบางอย่าง, ได้รับยาสเตียรอยด์ เป็นต้น


ทั้งนี้ด้วยความที่เชื้อเริมมี 2 ประเภทตามที่เคยกล่าวเอาไว้ข้างต้น หากคุณติดเชื้อ HSV-1 มักจะทำให้มีอาการต่างๆ บริเวณปาก แต่ถ้าเป็น HSV-2 มักมีอาการบริเวณอวัยวะเพศ แต่ก็สามารถติดตรงข้ามกันหรือบริเวณอื่นๆ ของร่างกายได้



โรคเริม เชื้อไวรัสเริม ผู้ติดเชื้อเริม เริมที่อวัยวะเพศ รักษาเริม ติดเริม เริมที่ปาก

เริม ติดต่อระหว่างกันได้อย่างไร


ดังที่กล่าวเอาไว้ว่าเริมจริงๆ ไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เสียทีเดียว เพียงแค่คนมีเชื้อเริมในร่างกายเกิดบาดแผลบริเวณตุ่มที่ขึ้นแล้วผู้อื่นไปสัมผัสกับน้ำที่แผลก็สามารถติดได้แล้ว เริม ติดต่อได้ง่ายผ่านการสัมผัสกับรอยโรคที่ผิวหนัง โดยผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ ปาก และตา เป็นบริเวณที่สามารถติดเชื้อได้ง่าย ส่วนบริเวณอื่นๆ ของร่างกายก็อาจติดเชื้อได้ ถ้ามีช่องทางให้เชื้อเข้าไปได้ เช่น รอยบาดแผลที่ผิวหนัง ผื่นที่ผิวหนัง เป็นต้น หรือถ้ามีแผลบริเวณปากแล้วดันไปใช้แก้วน้ำ, ช้อน, ส้อม, ผ้าขนหนู ร่วมกับผู้อื่นเชื้อ ที่อยู่กับน้ำลายก็มีสิทธิ์แพร่กระจายสู่ผู้อื่นเช่นกัน ส่วนเรื่องมีเพศสัมพันธ์ไม่ต้องพูดถึง เมื่อคนหนึ่งมีเชื้อ แต่ไม่ได้ป้องกันด้วยถุงยางอนามัยเลยยังไงก็ติดแน่นอน


อีกการติดต่อที่ถือว่าอันตรายพอสมควรคือกรณีที่ แม่ติดเชื้อเริม บริเวณอวัยวะเพศแล้วไปคลอดลูก โอกาสที่เด็กจะติดเชื้อมีสูงจนลุกลามไปถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากหมอพบว่าแม่มีเชื้อเริมบริเวณช่องคลอดมักใช้การผ่าตัดมากกว่า


การป้องกันตนเองจากโรคเริม


ด้วยความที่โรคนี้ติดต่อได้ง่ายมาก การป้องกันพื้นฐานที่ง่ายที่สุดกรณีกังวลใจว่าไปมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นแล้วจะติดมา ก็ใช้ถุงยางอนามัย (แต่ทางที่ดีไม่แนะนำให้มีเพศสัมพันธ์ประเภทเปลี่ยนคู่นอนบ่อยเพราะอย่างที่รู้ว่าเริมก็ยังคงติดเชื้อผ่านน้ำลายหรือน้ำใสจากตุ่มแผลได้อยู่ดี) กรณีที่ไม่มั่นใจว่าคนอื่นมีเชื้อนี้หรือไม่ อย่าใช้อุปกรณ์ต่างๆ รวมกัน เช่น ช้อน, ส้อม, แก้วน้ำ, ผ้าขนหนู


แต่ถ้าหากคุณมีเชื้อของเริมอยู่ภายในร่างกายแล้วก็ไม่ต้องกังวลใจว่าจะเกิดขึ้นบ่อย ๆ หากมีวิธีป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากการกระตุ้นให้เกิดโรคนี้ ประกอบไปด้วย


  • พยายามไม่เครียด นอนหลับให้เพียงพอ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักกับผลไม้เป็นหลัก

  • อยู่ในอากาศถ่ายเท อุณหภูมิเหมาะสม ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป

  • ดูแลร่างกายตนเอง ไม่ให้ป่วยเป็นไข้หวัด เพราะถ้าเป็นเมื่อไหร่โอกาสที่เชื้อจะออกมาสร้างความเจ็บป่วยให้กับผู้ติดเชื้อก็มีสูงทันที


ปัจจัยที่อาจทำให้เกิดโรคซ้ำ


อาการแผลของเริมนี้อาจเกิดเป็นซ้ำได้อีก เนื่องจากเชื้อไวรัสเริมนี้จะเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในปมประสาทและมักจะทำให้เป็นเริมซ้ำที่บริเวณเดิม หรือใกล้เคียงกับตำแหน่งเดิมเสมอ หากพิจารณาแล้วว่าคุณมีกิจกรรมดังนี้ อาจเสี่ยงทำให้กลับมาเป็นโรคซ้ำใหม่ได้ ได้แก่


  • การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ

  • ความเครียด วิตกกังวล เช่น ทำงานหนัก ใกล้สอบ เป็นต้น

  • ความเจ็บป่วย ช่วงที่สุขภาพอ่อนแอ ทรุดโทรม ไม่ค่อยสบาย

  • อากาศร้อน แสงแดด

  • ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ระหว่างมีประจำเดือน


แนวทางการรักษาโรคเริม


โรคเริม เมื่อได้รับเชื้อแล้วยังไงก็ไม่มีทางรักษาให้เชื้อออกไปจากร่างกายได้แน่นอน แต่ก็มีวิธีที่จะช่วยบรรเทาสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมหลุดยั้งไม่ให้เกิดขึ้นได้บ่อย ๆ ทั้งนี้ขอแบ่งสำหรับคนที่พึ่งป่วยเป็นครั้งแรกกับเคยป่วยมาก่อนหน้านั้นแล้ว


  • กรณีป่วยครั้งแรกแพทย์จะให้การรักษาด้วยตัวยา 2 ชนิด คือ ยาต้านไวรัส เป็นตัวช่วยให้อาการของ โรคเริม ค่อยๆ ทุเลาลงอย่างรวดเร็ว กับอีกประเภท คือ ยาแก้ปวดที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป อาจไม่ได้รักษาแผลโดยตรงแต่ช่วยเรื่องลดความเจ็บปวด

  • เมื่อมีอาการเกิดขึ้นอีกคราวนี้แพทย์จะวินิจฉัยตามอาการ เพราะมันจะไม่รุนแรงเท่าครั้งแรกแล้วให้ยาไปทานตามความเหมาะสมนั่นเอง

สิ่งสำคัญคือ คนที่มีเชื้อหรือป่วยเป็นโรคเริมนี้ ควรต้องดูแลสุขภาพให้ดี ขณะที่คนรอบข้างเองก็ต้องเข้าใจด้วย มีการดูแลตนเองไม่ให้ติดเชื้อผ่านของเหลวต่างๆ แค่นี้ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ไม่ต้องคิดมากหรือกังวลใจว่าตนเองจะติดเชื้อโรคเริมหรือไม่


ดู 7,591 ครั้ง

หนึ่งเสียง หนึ่งความรู้ เพื่อลดการติดเชื้อในผู้ป่วยรายใหม่ สร้างความเข้าใจให้เกิดการป้องการ ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอชไอวี เข้าสู่การรักษา และลดการตีตราในสังคม

ติดต่อเรา

ที่อยู่: 150/4 หมู่ 1 หนองป่าครั่ง  เมือง เชียงใหม่. 50000
อีเมล์: team@lovefoundation.or.th

Line: @lovefoundation

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube