Web Analytics Made Easy -
StatCounter

เอชไอวีและเอดส์ แตกต่างกันอย่างไร

อัพเดตเมื่อ: 26 มี.ค. 2020

เชื้อเอชไอวีคืออะไร เหมือนเอดส์หรือไม่


เอชไอวีและเอดส์ มีผู้คนมากมายที่ยังเข้าใจผิดและยังไม่ทราบว่าสองสิ่งนี้มีความแตกต่างกันอยู่ ความจริงแล้ว ไวรัสเอชไอวี ที่ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า Human Immunodeficiency Virus (HIV) เป็นเชื้อไวรัสที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายของคนเราแล้ว มันจะมุ่งไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว เซลล์ที่เป็นเป้าหมายหลักโดยตรงของไวรัสเอชไอวี คือ เม็ดเลือดขาวลิมโฟซัยท์ (Lymphocyte) ทีเซลล์ (T-cell) ชนิด ซีดี 4 (CD4) ซึ่งเม็ดเลือดขาวในร่างกายทำหน้าที่ในการกำจัดสิ่งแปลกปลอม หรือเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายแล้วนำไปทำลาย เมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำลาย จึงทำให้ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อเอชไอวี มีภูมิคุ้มกันต่ำลง จนในที่สุดร่างกายไม่มีภูมิคุ้มกันเพียงพอในการป้องกันร่างกายจากเชื้อโรคภายนอก โดยโรคเอดส์ เป็นเพียงระยะสุดท้ายของการติดเชื้อเอชไอวี ดังนั้น เอชไอวีและเอดส์ จึงไม่ใช่สิ่งเดียวกัน


โรคเอดส์ (AIDS) ย่อมาจาก เอดส์คือ Acquired Immune Deficiency Syndrome คือ กลุ่มอาการภูมิคุ้มกันเสื่อมหรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง ในกรณีที่ไม่ได้รับการรักษาหรือทานยาต้านไวรัส



เอชไอวีแพร่เชื้อได้ทางไหน?

  • "เอชไอวี" สามารถแพร่เชื้อได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อ หรือผู้ที่มีความเสี่ยง โดยไม่ได้ป้องกันด้วยการสวมถุงยางอนามัย หรือการทานยาเพร็พ (PrEP)

  • "เอชไอวี" สามารถแพร่เชื้อได้จากการมีเพศสัมพันธ์กับหลายคน มีการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย หรือมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ติด โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อยู่แล้ว ก็มีโอกาสเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อได้

  • "เอชไอวี" สามารถแพร่เชื้อได้จากการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน หรือแม้แต่การใช้กระบอกฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อ ในกลุ่มผู้ที่เสพสารเสพติด

  • "เอชไอวี" สามารถแพร่เชื้อได้จากการปลูกถ่ายอวัยวะหรือบริจาคเลือด เป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่สามารถพบได้เช่นกัน แต่ในปัจจุบันมีการคัดกรองผู้บริจาคเลือดหรือผู้บริจาคอวัยวะอย่างเข้มงวดมากขึ้น ก่อนที่จะนำมาถ่ายให้กับผู้ป่วย โดยมีการตรวจหาเชื้อก่อนนำไปใช้ทุกครั้ง

  • "เอชไอวี" สามารถแพร่เชื้อได้ในกลุ่มผู้ที่ทำงานกับอุปกรณ์ที่อาจปนเปื้อนเชื้อเอชไอวี หรือบุคลากรทางการแพทย์ หมอ พยาบาล ผู้ช่วยแพทย์ เช่น เข็มฉีดยา มีดผ่าตัด หรือของมีคม ที่อาจได้รับเชื้อผ่านอุบัติเหตุของมีคมบาดมือหรือเข็มทิ่มตำโดยไม่ได้ตั้งใจ

  • "เอชไอวี" สามารถแพร่เชื้อได้ผ่านการเจาะหรือสักตามร่างกาย หากอุปกรณ์ที่ใช้ไม่สะอาด มีการใช้เข็มสักหรือเจาะซ้ำ หรือใช้หมึกในการสักร่วมกับผู้อื่น หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่ไม่ได้มาตรฐาน

  • "เอชไอวี" สามารถแพร่เชื้อได้โดยการติดต่อผ่านแม่สู่ลูก ในกรณีที่แม่มีเชื้อเอชไอวีอยู่ แล้วเกิดการตั้งครรภ์ทำให้มีการถ่ายทอดเชื้อไปสู่ลูก แต่ในปัจจุบัน ได้ค้นพบวิธีการป้องกันการแพร่เชื้อเอชไอวีและเอดส์จากแม่ไปสู่ลูกได้สำเร็จแล้ว โดยวิธีการทานยาต้านไวรัสตั้งแต่ในช่วงตั้งครรภ์ จะช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการติดเชื้อเอชไอวีของทารกได้ลดลง แต่ปัญหาส่วนมากในขณะนี้คือ แม่ไม่ยอมไปฝากครรภ์แต่เนิ่นๆ และไม่พาคู่ครองมาตรวจด้วย ทำให้ไม่ทราบว่ามีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อเอชไอวีอยู่ ดังนั้นสิ่งที่จะต้องเน้นย้ำ คือ การหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ในขณะที่ไม่พร้อม หรือไม่ได้วางแผนครอบครัว การที่แม่มาฝากท้องเร็วและพาคู่มาตรวจด้วย หากพบว่าติดเชื้อแพทย์จะให้ทานยาอย่างสม่ำเสมอ และนำทารกมาตรวจติดตามหลังคลอด ช่วยเรื่องวางแผนครอบครัวอย่างเหมาะสม หากทำทุกอย่างได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ทารกก็จะปลอดภัยไม่ติดเชื้อ และครอบครัวก็จะแข็งแรงมีความสุข

ปัจจัยที่ทำให้ติดเชื้อเอชไอวี

  • ปริมาณเชื้อเอชไอวีที่ได้รับ หากได้รับเชื้อในปริมาณมากก็จะทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงตามไปด้วย

  • การมีบาดแผล หากมีบาดแผลบริเวณผิวหนังหรือในปาก ก็ย่อมทำให้มีโอกาสติดเชื้อสูง เพราะเชื้อเอชไอวี สามารถเข้าสู่บาดแผลได้ง่าย

  • สุขภาพของผู้รับเชื้อ หากคุณเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงอยู่แล้ว โอกาสที่จะติดเชื้อ เอชไอวีและเอดส์ ก็เป็นไปได้ยาก แต่หากสุขภาพอ่อนแอ ก็มีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายเช่นกัน

อะไรที่ทำให้ไม่ติดเอชไอวีบ้าง?

เอชไอวีและเอดส์ ไม่ส่งต่อเชื้อกันง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการกอด จับมือ หรือแม้แต่การจูบแบบปิดปากกับผู้ติดเชื้อ การสัมผัสน้ำตา เหงื่อ และน้ำลายโดยตรงที่ไม่มีเลือดของผู้ติดเชื้อปนเปื้อน การถูกยุงกัดหรือแมลงดูดเลือดจากผู้ติดเชื้อกัดต่อย การหายใจร่วมกัน และการใช้ข้าวของหรือห้องน้ำสาธารณะร่วมกับผู้ติดเชื้อ เนื่องจากเชื้อเอชไอวีสามารถอยู่นอกร่างกายได้ไม่นาน ไม่สามารถทนต่อสภาวะแวดล้อมข้างนอกได้ โดยทั่วไปไวรัสเอชไอวีอยู่ได้เป็นชั่วโมงหรือแค่ไม่เกินวัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ถ้าบริเวณนั้นมีความร้อน หรือความแห้งเป็นกรดด่าง หรือแม้แต่แสงแดดเพียงเล็กน้อยเชื้อก็ตายแล้ว แต่ถ้าบริเวณนั้นมีความเหมาะสม ความชื้นดีหรือมีอุณหภูมิที่เย็นจัดเชื้อก็อยู่ได้นานหลายวันแต่ไม่ถึงสัปดาห์ ก็ไม่สามารถทำให้เราติดเชื้อเอชไอวีได้

อาการของผู้ติดเชื้อเอชไอวี

ช่วงแรกบางคนจะไม่มีอาการใดๆ แสดงให้เห็น บางคนจะมีอาการเจ็บคอ เป็นไข้ และต่อมน้ำเหลืองโต หรือเป็นผื่นคันตามร่างกาย อาการจะปรากฏประมาณหนึ่งถึงสี่สัปดาห์หลังจากติดเชื้อ เรียกว่าติดเชื้อระยะแรกมีอาการคล้ายๆ ไข้หวัด และอาการมักจะหายหลังจากประมาณหนึ่งสัปดาห์ แต่เชื้อเอชไอวียังคงทำลายภูมิคุ้มกันของร่างกายให้อ่อนแอเรื่อยๆ และช่วง 2-3 เดือนหลังจากติดเชื้อ เชื้อจะแพร่กระจายมากขึ้น ปริมาณเชื้อไวรัสจะเพิ่มสูงขึ้น

การป้องกันเอชไอวีและเอดส์

  • ใช้ถุงยางอนามัยสำหรับผู้ชาย หรือถุงยางอนามัยสำหรับผู้หญิง ซึ่งถุงยางอนามัยสามารถป้องกันการติดโรคทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ได้ด้วย

  • ใช้เข็มฉีดยาที่สะอาด สำหรับการฉีดยาและไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น

  • รับรู้สถานะการเลือดของตนเอง

  • รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวี โดยเร็วหลังจากการติดเชื้อ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสไปยังผู้อื่น

  • ใช้ยาต้านไวรัสในผู้ที่ไม่ติดเชื้อเอชไอวี เมื่อมีความเสี่ยงสูง ยาเพร็พ PrEP ในการติดเชื้อทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

การรักษาเอชไอวี

ปัจจุบัน เอชไอวีและเอดส์ สามารถรักษาได้โดยการกินยารักษาการติดเชื้อเอชไอวี และจะต้องกินให้ครบและตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน เป็นข้อปฏิบัติที่เคร่งครัด เพื่อประสิทธิภาพในการรักษา และจะต้องกินไปตลอดชีวิต สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บทความ อื่นๆ ภายในเว็บไซต์

ดู 64 ครั้ง

Contact us :
 

Address: 150/4 Moo 1 Nongpakhrang Muang Chiangmai
Emal : team@lovefoundation.or.th

Line : @lovefoundation

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube

The Love Foundation campaigns for sexual health awareness and understanding. We believe that everyone is equally valuable and are able to create change in the fight against HIV stigma, regardless of HIV status.